Tuesday, May 21, 2013
   
Text Size
  • Thai (ภาษาไทย)
  • English (United Kingdom)

2 Channel Guideline

AddThis Social Bookmark Button
There are no translations available.

สำหรับท่านที่รักการฟังเพลงเป็นชีวิตจิตใจ หรือผ่านประสบการณ์กับชุด Home Theater มาบ้าง
จนถึงจุดที่ชุด Home Theater ตอบสนองความต้องการในการฟังเพลงให้กับเราไม่ได้ มีหลายท่านที่ลงทุนซื้อเครื่องเล่นซีดีไปใช้แทนเจ้าดีวีดีหรือบลูเรย์ เครื่องเก่าซึ่งคงจะได้เสียงที่ถูกใจขึ้นมา แต่เมื่อถึงเวลาที่เราจะฟังเพลงจริงๆ AV-Receiver นั้นคงตอบโจทย์เราได้ไม่ดีพอ ดังนั้นก็ถึงเวลาที่ท่านต้องการเครื่องเสียงชุดใหม่สำหรับการฟังเพลง
โดยเฉพาะเพื่อให้เข้าถึงอารมณ์เพลงอย่างเต็มอิ่ม

งบประมาณ 25,000-30,000 บาท

ชุดที่ 1
Cambridge Audio 340C
Cambridge Audio 340A SE
Monitor Audio Br-2

ชุด นี้เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นจริงๆ หลายท่านที่เข้าใจผิดคิดว่าเครื่องเสียงที่วางขายตามห้างสรรพสินค้าราคาสอง หมื่นกว่าบาทนั้นคุณภาพไม่แตกต่างจากเครื่องเสียงแยกชิ้น ท่านต้องปรับทัศนคติเสียใหม่หรือไม่ก็ต้องหาโอกาสมาฟังชุดนี้ให้ได้ ซีดีกับอินติเกรทแอมป์คู่นี้กวาดรางวัลมามากมายจากนิตยสารต่างประเทศหลาย ฉบับ สำหรับแอมป์รุ่น 340A SE นี่เป็นรุ่นพิเศษเพราะตอนแรกที่ทางผู้นำเข้าจะสั่งเข้ามาจำหน่ายนั้นตั้งใจ จะสั่งรุ่น 340 ธรรมดากำลังขับ 40 วัตต์แต่พอมาดูสเป็กรุ่นนี้ที่เพิ่มกำลังเป็น 45 วัตต์และปรับปรุงวงจรภายในบางส่วนให้มีคุณภาพดีขึ้น ถึงแม้ราคาต้นทุนจะแพงกว่าแต่ยอมขายเท่ากันกับรุ่น340 ที่ตั้งใจจะขายตั้งแต่แรกที่ 9,900 บาท งานนี้ลูกค้าได้กำไรเต็มๆ


และก็ไม่รู้ว่ามันไปถูกโฉลกกันมาตั้งแต่เมื่อไร เพราะลำโพงหลายรุ่นที่ผมลองกับ Cambridge นั้นออกมาดีแต่กับ Monitor Audio นั้นดีเป็นพิเศษ หลายท่านที่ไปเดินงาน BAV 2008 น่าจะจำซิสเต็มนี้ได้เพราะเป็นซิสเต็มที่ราคาถูกที่สุดในงานแต่ได้ Best Show Of The Day มาครองเสียด้วย เสียงกลมกล่อม ต่อเนื่องลื่นไหล รายละเอียดพรั่งพรู มิติเวทีดีเยี่ยม เบสลูกใหญ่นิดนึงหัวเบสชัดทิ้งตัวดี ลึกพอประมาณ เสน่ห์ที่ต้องพูดถึงคือเป็นซิสเต็มที่ฟังได้นาน เพราะเสียงไม่สดชัดมากไป ไม่อืดอาดอุ้ยอ้าย ทุกอย่างออกมา?กำลังดี?แบบเรียบๆ ไม่หวือหวา
จะฟังแบบจริงจังก็ได้ การเซ็ทอัพไม่ถึงกับยากมากนักหรือจะฟังในห้องนอน,ห้องทำงานมุมเล็กๆ สำหรับพักผ่อนสบายๆก็ลงตัว ถ้าลำโพง BR-2 นั้นใหญ่เกินไปสำหรับมุมเล็กๆของคุณ ก็ขยับลงมาเป็น BR-1 เบสจะน้อยลงไปหน่อยแต่กลางแหลมเด่นขึ้นมาเลย

Recommend เพิ่มเติม

- ควรใช้เครื่องกรองไฟ Clef Powerbridge-6 ร่วมในระบบด้วยถ้าหากว่าเป็นไปได้เพราะจะช่วยยกระดับให้คุณภาพเสียงดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยป้องกันรักษาเครื่องจากความผิดพลาดของระบบไฟ
- สายสัญญาณ ออดิโอแนะนำ Monitor รุ่น Rhodos silver จะเติมให้เสียงกลางมีเนื้อและอบอุ่นขึ้น
- สายลำโพงแนะนำ Monitor รุ่น Excellenz silver ราคาเมตรละ 550 บาท เข้าหัว BFA Banana เพื่อความสวยงามและชลอการเกิดออกไซด์
- สายไฟแนะนำว่าควรจะเปลี่ยน แนะนำให้ใช้ Monitor AC-2502 หัว Wattgate ทั้งแอมป์และเครื่องเล่นซีดีหรือถ้าต้องการให้ปลายแหลมดีขึ้นอีกแนะนำให้ เปลี่ยนสายไฟของเครื่องเล่นซีดีเป็น Monitor AC-2502 เข้าหัว Furutech FI-11Cu + FI-11MCu
- ขาตั้งลำโพงแนะนำ Lovan Affinity 24? ซึ่งให้เสียงที่โปร่งและเปิดเผย ทำให้ซิสเต็มผ่อนคลายน่าฟังมากขึ้น

?

ชุดที่ 2
Onkyo DX-7355
Onkyo A-9155
Jamo S-604

ชุด นี้อยากแนะนำครับ ถ้าคิดจะเล่นลำโพง Jamo แอมป์กับซีดีที่ผมคิดว่ามันแมทช์กันมากๆ Onkyo ถือเป็นตัวเลือกแรกที่ผมนึกถึงเพราะเสียงมันกลมกล่อมกันดีเหลือเกิน บุคลิกเสียงที่อิ่มหวาน เนียน ละเมียดละไม และลำโพง Jamo รุ่นนี้กับราคา 7,900 บาทนั้นคุ้มค่าเหลือเชื่อ ดอกลำโพงขนาด 6.5 นิ้วกับตัวตู้ขนาดนี้ ควรจะมีราคาหมื่นต้นๆสำหรับยี่ห้ออื่นๆแต่สำหรับ Jamo แล้วเสียงกับราคาตรงนี้หาคู่ชกยากจริงๆ
เครื่องเล่นซีดีกับแอมป์ Onkyo ชุดนี้เป็นอะไรที่เหนือความคาดหมายเพราะจำได้ว่าวันแรกที่ทราบว่า Onkyo กลับมาทำชุด 2 แชนแนลหลังจากห่างหายไปเป็น 10 ปีเพราะไปโฟกัสอยู่กับแอมป์ AV-Receiver เสียจนเกือบจะลืมไปแล้วว่าตนเองมีดีในด้านนี้ด้วย วันที่บริษัทส่งมาให้ทดสอบส่วนตัวมีอคติในใจเล็กน้อย คิดว่า Onkyo ?แค่ทำตามกระแส แต่ไปสะดุดที่เนื้องานเพราะเห็นหน้าตาดูสวยแบบเรียบๆ คลาสสิก แต่การประกอบนั้นสวยงาม ดูดีและปราณีตเรียบร้อย ถือว่าสอบผ่านและทำให้ทัศนคติเริ่มดีขึ้น แต่พอได้ฟังเสียงแล้วอดทึ่งในความสามารถของเค้าไม่ได้ เอาเป็นว่าถ้าคุณได้ลองเล่นกับ Jamo S-604 คุณจะติดใจกับเสียงที่อิ่มเนียนแบบมีเนื้อมีหนัง ฟังเพลิน แถมบรรยากาศอบอุ่นเจือความเนียนละเมียดทำให้ต้องหยุดนั่งฟังอย่างตั้งใจและ ทำให้ยิ้มได้ เสียงแหลมสว่างแบบมีเนื้อและไม่พุ่งถาโถมเข้ามา เบสหนานิดๆ มีมวลอิ่มแน่นและลงได้ลึก ฟังแล้วครบเครื่องดีจริงๆ

Recommend เพิ่มเติม

- ควรใช้เครื่องกรองไฟ Clef Powerbridge-6 หรือขยับไปเล่น Powerbridge-8 ร่วมในระบบด้วยถ้าหากว่าเป็นไปได้เพราะจะช่วยยกระดับให้คุณภาพเสียงดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยป้องกันรักษาเครื่องจากความผิดพลาดของระบบไฟ
- สายสัญญาณ ออดิโอแนะนำ Monitor รุ่น Thassos ราคาคู่ละ 3,600 บาท รุ่นนี้เป็นรุ่นที่มีชื่อมากที่สุดของ Monitor ช่วยรักษาความสมดุลของเสียง เกรนเสียงละเอียดและละเมียดมากขึ้น อาจจะต้องเร่งโวลุ่มเพิ่มอีกซักนิดเมื่อเทียบกับสายปกติก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะสัญญาณรบกวนบางส่วนได้หายไปจากการใช้สายเส้นนี้
- สายลำโพงแนะนำ Monitor รุ่น Excellenz silver ราคาเมตรละ 550 บาท เข้าหัว BFA Banana เพื่อความสวยงามและชลอการเกิดออกไซด์ หรือ ถ้าต้องการให้เสียงแหลมลดลงแต่เน้นความกระชับฉับไว แรงปะทะดีขึ้นสามารถเปลี่ยนไปเล่น Audioquest รุ่น Type-4 ได้
- สายไฟแนะนำว่าควรจะเปลี่ยน แนะนำให้ใช้ ?Monitor AC-2502 หัว Wattgate ทั้งแอมป์และเครื่องเล่นซีดีหรือถ้าต้องการให้ปลายแหลมดีขึ้นอีกแนะนำให้ เปลี่ยนสายไฟของเครื่องเล่นซีดีเป็น Monitor AC-2502 เข้าหัว Furutech FI-11Cu + FI-11MCu
- ขาตั้งลำโพงแนะนำ Lovan Affinity 24? ?ซึ่งให้เสียงที่โปร่งและเปิดเผย ทำให้ซิสเต็มผ่อนคลายน่าฟังมากขึ้นแนะนำให้ใส่ทราย Lovan ข้างละ 1 กระป๋องจะช่วยให้เสียงกระชับ และเบสชัดเจนขึ้น

งบประมาณ 40,000-60,000 บาท

ชุดที่ 1

Harman Kardon HK-3490
Magnet CD-11
Boston : CS-226

สำหรับงบประมาณระดับเกินครึ่งแสนบาทขึ้นไปนี่ล่ะครับ จะได้เห็นกันจริงๆจังๆว่า ทำไม Integrated Amp + CD Player นั้นถึงได้มีเสน่ห์และรายละเอียดเสียงที่ดีกว่า Receiver Surround ในระดับราคาที่เท่าๆกัน
เริ่มต้นกันที่ชุดนี้กันก่อนเลยเป็นยังไงครับ

นิยาม ของชุดนี้ ไม่ยากเลยครับ คุณลองถามตัวคุณเองก่อนครับว่า ชอบฟังเพลงสไตล์ดังต่อไปนี้หรือเปล่าครับ? ลูกทุ่ง , Pop , Rock , R&B , Hiphop และเพลงในแนวที่มีจังหวะ และน้ำหนักเสียงที่ค่อนข้างมาก ถ้าหากว่าเข้าข่ายอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วนั้น คุณอาจจะต้องตกหลุมรักชุดนี้เลยก็ว่าได้ครับ เพราะว่าเสียงที่ได้จากชุดนี้นั้น จะเน้นในเรื่องของน้ำหนักเสียง ความสมจริงสมจัง ความกระชับและได้สัดส่วน ใครที่เป็นแฟนประจำของ Harman Kardon อยู่แล้วนั้นจะทราบกันเป็นอย่างดีครับ ว่าระยะหลังๆมานี้ Harman จูนเสียงออกมาได้ถูกหูคนไทยดีจริงๆเลยล่ะ แล้วยิ่งเมื่อจับคู่กับลำโพง Boston Acoustic ด้วยแล้วนั้นต้องยอมรับครับว่าความแมทซิ่งนั้นลงตัวจริงๆครับ ผมได้เคยทดลองจับคู่กับลำโพงรุ่นอื่นๆแล้ว ปรากฏว่าถ้าหากว่าเราฟังแนวนี้แล้วล่ะก็ กิน Boston ลำบากครับ และในส่วนของ CD นั้น ?Magnet CD-11 จะเข้ามาช่วยเติมเต็มความเข้มข้นของระบบให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นไปครับ ถ้าไหนๆก็จะมาแนวนี้แล้วก็ต้องเล่นกันให้สุดๆกันไปข้างหนึ่งครับ แต่ไม่ใช่ว่าเพลงแนวอื่นๆนั้นจะฟังไม่ได้นะครับ คุณสามารถเลือกเล่นกับ system นี้ได้ครับ ถ้าหากว่าชุดแนะนำพื้นฐานที่ผมแนะนำไปนั้นดูจะสดและจริงจังมากไปสักหน่อย ก็อาจจะเปลี่ยนในส่วนของ CD Player และในส่วนของสายสัญญาณและสายลำโพง ให้เข้ากับชุดอีกครั้งหนึ่งได้ครั

Recommend เพิ่มเติม

- ควรใช้เครื่องกรองไฟ Clef Powerbridge-6 หรือขยับไปเล่น Powerbridge-8 ร่วมในระบบด้วยถ้าหากว่าเป็นไปได้เพราะจะช่วยยกระดับให้คุณภาพเสียงดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยป้องกันรักษาเครื่องจากความผิดพลาดของระบบไฟ
- สายสัญญาณ ออดิโอแนะนำ Monitor รุ่น Thassos ราคาคู่ละ 3,600 บาท รุ่นนี้เป็นรุ่นที่มีชื่อมากที่สุดของ Monitor ช่วยรักษาความสมดุลของเสียง เกรนเสียงละเอียดและละเมียดมากขึ้น อาจจะตองเร่งโวลุ่มเพิ่มอีกซักนิดเมื่อเทียบกับสายปกติก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะสัญญาณรบกวนบางส่วนได้หายไปจากการใช้สายเส้นนี้ หรือว่าถ้าจะเน้นความนุ่มนวลมากขึ้นสักหน่อยนั้นอาจจะขยับขึ้นไปเล่นเป็น Audioquest : Diamondback จะได้เกรนเสียงที่สะอาดมากขึ้นกว่าเดิม
- สายลำโพงแนะนำว่าถ้าต้องการให้เสียงแหลมกำลังดีแต่เน้นความกระชับฉับไว แรงปะทะดีขึ้นให้เล่น Audioquest รุ่น Type-4 เข้าหัว Audioquest ?BFA แต่ว่าถ้ายังคิดว่าอยากจะได้อะไรเพิ่มเติมขึ้นอีกให้ขยับขึ้นไปเล่นเป็นรุ่น Rocket-33 โดยรายละเอียดนั้นจะดีขึ้นกว่า Type-4 อยู่พอตัวทีเดียวครับ
- สายไฟแนะนำว่าควรจะเปลี่ยน แนะนำให้ใช้ ?Monitor AC-2502 หัว Wattgate ทั้งแอมป์และเครื่องเล่นซีดีหรือถ้าต้องการให้ปลายแหลมดีขึ้นอีกแนะนำให้ เปลี่ยนสายไฟของเครื่องเล่นซีดีเป็น Monitor AC-2502 เข้าหัว Furutech FI-11Cu + FI-11MCu แต่ว่าถ้าหากว่าไหนๆก็เป็นคอเพลงแนวที่กล่าวมาข้างต้นแล้วก็ไม่ต้องรีรอกัน ล่ะครับ เพิ่มอีกนิดให้มันสุดๆ ครบเครื่องเรื่องนี้กันไปเลยโดยเปลี่ยนหัวเป็นรุ่น FI-15R + FI-15MR
- CD Player อย่างที่ได้เกริ่นมาแล้วข้างต้นว่า ถ้าจะยังคงแนวนี้อยู่แต่ว่าอยากให้รายละเอียดดีขึ้นสามารถเปลี่ยนไปเล่นเป็น Rotel รุ่น RCD-06 แต่ว่าถ้าจะให้โทนเสียงเป็นกลางขึ้นหน่อยไม่ดุดันจนเกินไป แนะนำว่าเปลี่ยนไปใช้เป็น Onkyo ?รุ่น DX-7555

ชุดที่ 2
Cambridge Audio 650A
Cambridge Audio 650C
Monitor Audio RS-1

หาก คุณอ่านมาถึงตรงนี้แล้วผ่านชุดแนะนำชุดที่ 1 ข้างต้นมาแล้วยังคิดว่า เอ นี่มันไม่ใช่แนวของเราเลยนะเนี่ย เราไม่ได้ฟังหนักๆขนาดนั้น แต่ในทางกลับกัน เราเน้นฟังเพลงแบบสบายๆ หลากหลาย ฟังเพื่อการพักผ่อน แต่ว่าในนั้นจะต้องมีรายละเอียดที่ครบถ้วนอยู่ด้วย อาจจะเน้นไปในแนวเพลงร้องหญิงเสียงแบบฟังแล้วต้องถึงขั้นหลงเสียงนาง อะไรทำนองนี้ ก็ลองมาฟังชุดนี้กันดูครับ?? ??????????????????????????????
ที่ ชิงแนะนำเป็น Series 650 เลยนั้นก็เพราะว่า รุ่นนี้เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดที่เข้ามาทำตลาดแทน Series 640 เดิม โดยที่ Series 650 นั้นผมขอทำนายไว้เลยว่าจะประสบความสำเร็จในการทำตลาดในบ้านเราอย่างถล่มทลาย อย่างแน่นอนครับ เนื่องจากว่ามีปัจจัยเกื้อหนุนหลายๆประการดังต่อไปนี้ครับ
Series 640 เดิมนั้นก็ได้รับการยอมรับเป็นอย่างสูงในครั้งที่เข้ามาทำตลาดในบ้านเรา ถึงขั้นเกิดปรากฏการณ์ที่ต้องจองสินค้ากันข้าม 2 เดือนมาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รุ่น 640C นั้นมีหลายๆท่านบอกว่าถ้าจะหาซีดีเพลเยอร์ที่ราคาไม่เกิน 20,000 บาทนั้น รุ่นนี้ถือว่าเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆเลยก็ว่าได้
650 รุ่นใหม่นั้นสามารถเข้าถึงความต้องการของนักเล่นเครื่องเสียงได้เป็นอย่างดี ถ้าหากว่าจะใช้ศัพท์ตลาดๆเลยก็ต้องบอกว่า เสียงดีขึ้น แถมหน้าตายังหล่อขึ้นกว่าเดิมอีกต่างหาก ในส่วนของราคานั้น ปรับขึ้นนิดหน่อยจากรุ่นเดิมแต่ว่าถ้าหากว่าได้ดูเนื้องานและสิ่งที่เปลี่ยน แปลงลึกๆแล้วนั้น จะรู้เลยครับว่า มันคุ้มค่าเหลือเกินครับ
ในส่วนของ ลำโพง Monitor Audio RS-1 นั้น ถ้าหากจะให้พูดถึงตรงๆเลย สิ่งแรกก็เห็นจะไม่พ้นเรื่องของเนื้องานที่พิถีพิถันสุดๆครับ ขนาดที่ว่าลำโพงรุ่นอื่นๆในระดับไม่เกิน 30,000 บาทนั้นถ้าไม่เจ๋งจริงก็ต้องหลบซ้ายกันล่ะครับ
อย่างที่ชุดน้องเล็กได้ เกริ่นสรรพคุณไปแล้วข้างต้น สิ่งที่พี่ใหญ่ชุดนี้ให้ได้นั้น ต้องเรียกว่า นักฟังเพลงและนักเล่นต้องการ ซึ่งก็คือ รายละเอียดที่ชัดเจน สามารถแสดงออกได้ถึงนิยามของคำว่า Image & Soundstage (ตำแหน่งของชิ้นดนตรีและเวทีเสียง)

มี ความตื้นลึกหนาบาง เสียงจับต้องได้ เบสที่มีพอควรแต่จุดเด่นจะอยู่ที่ความกลมกลืนและกลมกล่อมของเสียงเบสซึ่งถือ ได้ว่าเป็นจุดสำคัญที่ system ระดับเกินครึ่งแสนพึงจะต้องมีเพราะว่าเมื่อเบสได้ความสมดุลแล้วนั้น เรื่องของรายละเอียดในย่านกลางและย่านกลางสูงก็จะสามารถเปิดเผยออกมาให้เรา ได้ฟังกันไม่ยากครับ
ชุดนี้อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นหรือใบเบิกทางให้กับ หลายๆท่านในการฟังและเข้าถึงความสุขของการฟังเพลงแบบ 2 channel อย่างถึงแก่นครับ แล้วคุณจะรู้ว่า เงินครึ่งแสนที่จ่ายไปนั้น ซื้อความสุขได้มากมายขนาดนี้เชียวหรือ?

Recommend เพิ่มเติม

- ควรใช้เครื่องกรองไฟ Clef Cleansource-1 หรือ Magnet Isoclean-500 Rev.A ร่วมในระบบด้วยถ้าหากว่าเป็นไปได้เพราะจะช่วยยกระดับให้คุณภาพเสียงดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยป้องกันรักษาเครื่องจากความผิดพลาดของระบบไฟ
- สายสัญญาณ ออดิโอแนะนำ Audioquest รุ่น King-Cobra ราคาคู่ละ 7,990 บาท เนื่องจากว่ารุ่นนี้จะให้ในเรื่องของสมดุลเสียงโดยรวมในระบบ ความนิ่งและความสงัด ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็น สำหรับชุดระดับนี้ ที่สำคัญคือ ยังให้ในเรื่องของเบสที่มีความนุ่มนวลเสริมเข้าไปอีกด้วย
- สายลำโพงแนะนำ QED Silveranniversary XT เพื่อสมดุลในการคุมเกรนเสียงและความสมดุลโดยรวม ถ้าหากว่าเน้นฟังเพลงและการเซ็ตอัพแบบจริงจัง ควรจะใช้อย่างน้อย 2.5 เมตร ต่อ ข้าง เพื่อเผื่อพื้นที่ในการขยับหาตำแหน่งลำโพง แต่ว่าถ้าหากจะเน้นกันจริงๆจังกว่านี้ก็ต้องเปลี่ยนเขยิบขึ้นไปเป็นรุ่น XT-350 หรือ XT-400 จะเน้นความสงัด และการเก็บตัวที่เป็นระเบียบ รวมไปถึงช่องไปของดนตรีที่ดีขึ้นกว่าเดิม
- ลำโพงนั้นหากคุณคิดว่า RS-1 นั้นจะโดดเด่นจนอาจจะสว่างเกินไปในความรู้สึกให้ลองฟังเปรียบเทียบกับ B&W DM-686 ดูครับ จะเห็นความแตกต่างในระดับ Minor scale ซึ่งจุดนี้เองอาจจะทำให้คุณค้นพบตันตนที่แท้จริงว่าฟังคู่ไหนแล้วจะลงตัว กว่ากัน
- ขาตั้งลำโพงแนะนำ Lovan Ballet-I ซึ่งให้เสียงที่มีน้ำหนัก รายละเอียดดี ทำให้ซิสเต็มดูน่าฟัง แนะนำให้ใส่ทราย Lovan ข้างละ 1 กระป๋องจะช่วยให้เสียงกระชับ และเบสชัดเจนขึ้น หรือจะขยับอีกนิดขึ้นไปเล่นเป็น รุ่น Ballet-II จะยิ่งให้ดุลเสียงและความสงัดที่ดีขึ้นสิ่งที่ตามมาก็คือ การเซ็ตอัพจะทำให้ลำโพงเปิดเผยรายละเอียดออกมาได้มากกว่าเดิม

งบประมาณ 100,000-150,000 บาท

ชุดที่1
Rotel RCD-1072
Rotel RA-1062
B&W DM-685

หาก คุณกำลังมองหาชุดที่ให้รายละเอียดและความชัดเจน ตอบโจทย์ในการฟังเพลงหลากหลายสไตล์ มีรายละเอียด จังหวะ และแรงปะทะที่ดี แบบว่าเน้นเป็นเน้น และที่สำคัญคือ ยังมีกลิ่นอายของความเป็นอังกฤษอยู่ ชุดนี้น่าจะเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งครับ
Rotel นั้นก็ถือได้ว่าในยุทธจักรนี้ บนเกาะอังกฤษ ก็ไม่ได้เป็นสองรองใคร จุดเด่นนั้นอยู่ที่ทั้งแอมป์และซีดีนั้นถือว่าได้ว่าเป็นระดับกลางค่อนบน แล้ว ดังนั้นในเรื่องของเนื้องาน อุปกรณ์ภายในนั้น ต้องยอมรับครับว่า คัดมาแล้วทุกส่วนสัดจริงๆ หากคุณสังเกตดูจะสามารถรับรู้ได้ถึงความเนี้ยบของงาน ตั้งแต่ตัวถัง หน้าปัด และในทุกส่วนที่สัมผัสได้ ด้วยความที่เป็นของอังกฤษยิ่งทำให้ทั้งสองรุ่นนี้น่าค้นหาขึ้นอีกมากมายที เดียว หลายท่านที่เป็นแฟนดั้งเดิมของ Rotel อยู่แล้วจะทราบเลยครับว่าน้ำเสียงนั้นมีความเป็นเอกลักษณ์อยู่อย่างชัดเจนที เดียว ที่สำคัญคือ เสียงถูกใจคนไทยซะด้วย โดยโทนเสียงนั้นนั้นจะเน้นในเรื่องของจังหวะและเสียงที่เต็มไปด้วยราย ละเอียด และที่สำคัญคือประกายของปลายหางเสียงที่ในแอมป์และซีดีรุ่นเล็กๆนั้น บางครั้งบางคราวต้องยอมรับครับว่าให้ไม่ได้ ด้วยความที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองนี่ล่ะ ที่ทำให้บางท่านอาจจะเคยปวดหัวมาแล้ว เนื่องจากว่า Rotel ชุดนี้จริงๆก็ค่อนข้างที่จะเลือกลำโพงที่จะมาเล่นด้วยอยู่เหมือนกัน กล่าวคือ ถ้าได้ลำโพงนุ่มๆ เสียงเบสกระชับๆสักหน่อยก็จะได้ความกลมกล่อมของเสียง แต่ว่าประกายที่เป็นจุดเด่นนั้นก็อาจจะน้อยลงไปบ้าง แต่ว่าถ้าหากว่าอยากจะได้ครบๆตามที่เกริ่นมาข้างต้นนั้นก็ต้องหาลำโพงที่มี รายละเอียดดีๆมาเล่นคู่กันครับ???????????? ?????????????
เลยเป็นที่มา ของ B&W DM-685 ลำโพงวางขาตั้งที่ขายดีที่สุดในโลกคู่หนึ่ง ณ เวลานี้ครับ อย่างที่กล่าวมาข้างต้น หากคุณแมทซิ่งชุดนี้กับลำโพงที่รายละเอียดไม่ถึงนั้น สิ่งที่จะได้ตามมาก็คือ เสียงที่ได้จะออกในลักษณะขี้ฟ้อง เสมือนกับว่า ตอนนี้ลำโพงคุณยังไม่ถึงนะ เสียงก็เลยไม่ดีอย่างที่ได้ยินนี่ไงล่ะ (นี่สมมติว่าเครื่องสามารถพูดได้นะครับ) แต่ว่าในทางกลับกัน หากลำโพงที่นำมาเล่นด้วยนั้น เข้าขั้น ผลที่ได้ก็จะออกมา ในทางตรงข้ามกันเลยครับ แบบว่า คุณอยากจะโชว์อะไรคุณบอกมาเลย เดี๋ยวผมจะจัดการนำเสนอเสียงแบบนั้นผ่านมายังลำโพงให้คุณๆได้ฟังกันเอง? ปลายหางเสียงที่อาจจะหยาบกร้านจากการใช้งานร่วมกับลำโพงอื่นๆ นั้นจะเปลี่ยนเป็นประกายที่ทอดตัวไปได้ไกล เมื่อคุณได้ฟังจาก DM-685 นอกจากนี้ เสียงทีได้จาก system จะยังดูไม่สดจนเกินไป ฟังแล้วจึงไม่รู้สึกถึงกับเครียด แต่ว่าจริงๆแล้วนั้น มันชัดต่างหากครับ หากเซ็ตอัพได้ลงตัวแล้วนั้น Image & Soundstage จากชุดนี้ถือได้ว่าไม่เป็นสองรองใครเหมือนกันครับ

Recommend เพิ่มเติม

- ควรใช้เครื่องกรองไฟ Clef Puresine 1000 หรือ Magnet IRG-600 Rev.E ร่วมในระบบด้วยถ้าหากว่าเป็นไปได้เพราะจะช่วยยกระดับให้คุณภาพเสียงดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยป้องกันรักษาเครื่องจากความผิดพลาดของระบบไฟ
- สายสัญญาณ ออดิโอแนะนำ Audioquest รุ่น King-Cobra ราคาคู่ละ 7,990 บาท เนื่องจากว่ารุ่นนี้จะให้ในเรื่องของสมดุลเสียงโดยรวมในระบบ ความนิ่งและความสงัด ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็น สำหรับชุดระดับนี้ ที่สำคัญคือ ยังให้ในเรื่องของเบสที่มีความนุ่มนวลเสริมเข้าไปอีกด้วย
- สายลำโพงแนะนำ Monitor รุ่น LS-1102 ราคา 1,800 บาท/เมตร ถ้าหากว่าเน้นฟังเพลงและการเซ็ตอัพแบบจริงจัง ควรจะใช้อย่างน้อย 2.5 เมตร ต่อ ข้าง เพื่อเผื่อพื้นที่ในการขยับหาตำแหน่งลำโพงเมื่อคิดจะให้ได้รายละเอียดแบบ จริงๆจังๆแล้ว ก็ไม่แปลกครับที่จะเลือกสายลำโพงรุ่นนี้ เพราะว่าสิ่งที่คุณต้องการสายรุ่นนี้สามารถให้ได้
- สายไฟแนะนำว่าควรจะเปลี่ยน แนะนำให้ใช้ Monitor AC-2502 หัว Wattgate ทั้งแอมป์และเครื่องเล่นซีดีหรือจะให้ความลงตัวขึ้นแนะนำว่าให้เปลี่ยนเป็น Monitor AC-2502 หัว Furutech FI-25G + FI-25MG จะได้ความนุ่มนวลและน่าฟังขึ้นอีกมากทีเดียว
- ขาตั้งลำโพงแนะนำ รุ่น Ballet-II จะให้ดุลเสียงความสงัดและรายละเอียดที่ดี แต่ว่าถ้าเป็นไปได้นำให้เล่นเป็น Lovan Sovereign A-6 ขาตั้ง 6 เสาคุณภาพสูง ซึ่งจะทำให้ B&W DM-685 เปล่งประกายเจิดจรัสขึ้นได้มากกว่าเดิมครับ
- CD Player นั้นถ้าจะเปลี่ยนให้สุภาพขึ้นสักนิดแล้วดูเสียงกลางจะได้ความละมุนละไมขึ้น แนะนำให้เปลี่ยนเป็น Micromega CD-10 สัญชาติฝรั่งเศส จะทำให้โทนโดยรวมนั้นนุ่มนวลขึ้นครับ

ชุดที่2
Primaluna Prolouge-1
CEC TL-51XR
Proac Studio-110

ชุดนี้ถือได้ว่าเป็นชุดฟังเพลงแบบ 2 Channel ที่ต้องเรียกว่า จะเน้นฟังกันแบบจริงๆจังๆกันแล้วล่ะครับ เพราะว่าองค์ประกอบแต่ละอย่างในชุดนี้ต้องถือได้ว่า เมื่อเทียบกับเม็ดเงินแล้ว ถือได้ว่าคุ้มค่าครับ
Primaluna นั้นเป็นแอมป์จีนที่ไปสร้างชื่อโด่งดังข้ามทวีป สร้างความฮือฮาด้วยการคว้ารางวัลจากนิตยสาร The Absolute Sound มาแล้ว ซึ่งก็อย่างว่าล่ะครับ ค่ายนี้ ถ้าหากว่าเครื่องสียงไม่ดีจริง โอกาสที่จะได้สัมผัสรางวัลก็ลำบากครับ โดยโทนเสียงนั้น Prolouge-1 เป็นแอมป์หลอดที่เสียงไม่ได้เป็นแอมป์หลอดแบบ 100% เนื่องจากว่าเสียงของรุ่นนี้ จะยังคงความกระฉับกระเฉงอยู่ และจะไม่หวานและไม่อุ่นจนเกินไป หลายๆท่านที่หลงเสน่ห์ของความเป็นหลอด และความคลาสสิคเวลาปิดไฟแล้วฟัง แต่ยังชอบการฟังเพลงที่หลากหลายฟังได้หลายๆแนว ไม่จำเป็นต้องฟังแต่เพลงร้องหรือเพลงจังหวะช้าๆอย่างเดียว Primaluna ก็น่าจะให้คำตอบนั้นกับคุณได้

ส่วน CEC TL-51XR นั้น ขึ้นชื่อเรื่องของการให้เสียงที่เป็น Analog อยู่แล้วและครั้งหนึ่งเคยได้รับการยกย่องว่า เป็นเครื่องเล่นซีดีตัวเลือกเบอร์หนึ่งในระดับราคาไม่เกิน 100,000 บาท TL-51XR นั้นเป็นเครื่องเล่นซีดีแบบ Top-Load คือใส่แผ่นด้านบนด้วยการเปิดแล้ววาง จะไม่มีถาดเข้าออกเหมือนเครื่องเล่นซีดีทั่วๆไป หลายท่านอาจจะดูว่าเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่ว่าสำหรับผมแล้ว ผมว่า ความคลาสสิคในการฟังเพลงและความสุข มันก็อยู่ที่ตรงนี้ล่ะครับ
ส่วนลำโพง PROAC นั้นไม่ต้องสาธยายสรรพคุณกันให้มากความครับ เนื่องจากว่า หากคุณท่องยุทธภพมาสักระยะหนึ่ง และสุดท้ายอยากจะมีกระบี่คู่ใจสักเล่ม ยังไงๆก็ต้องมี PROAC เป็นหนึ่งในตัวเลือกอย่างไม่ต้องสงสัย เนื่องจากคุณภาพ เนื้องาน และที่สำคัญคือยัง Made In England ทุกขั้นตอนอยู่ ซึ่งในปัจจุบัน ถือว่าหาได้ยากแล้วล่ะครับ สำหรับลำโพงที่ Made In England ?โดยลำโพง PROAC นั้น ราคาจะเริ่มต้นที่คู่ละ 50,000 กว่าบาท ขึ้นไปจนถึง Response D-100 ราคาก็ไม่ถูกไม่แพง หยุดที่ตัวเลขเจ็ดหลักเท่านั้นเอง
เมื่อเราได้องค์ประกอบทั้งสามมารวมกัน ที่แน่ๆเลยก็คือ เสียงทีได้นั้น จะมีความเป็นธรรมชาติสูง หรือถ้าจะให้ง่ายกว่านั้นคือ เสียงจะชัดแบบที่เรียกว่าเราสามารถสัมผัสได้เลยล่ะครับ ยกตัวอย่างเช่นหากเราเคยฟังเพลงที่คุ้นๆอยู่กับชุดฟังเพลงที่ไม่ใหญ่มากพอมา ฟังจากชุดนี้ เราจะรู้สึกได้ว่า รายละเอียดโดยรวมของเพลงนั้นมันดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เหมาะสำหรับท่านที่ชอบความเป็นดนตรีสูง Timing ของดนตรี ความไปถึงการแยกแยะตำแหน่งชิ้นดนตรีนั้นจะแสดงออกมาได้ดี ที่สำคัญคือ ชุดนี้ฟังสบายๆ ไม่เครียดจนเกินไป

Recommend เพิ่มเติม

-ควรใช้เครื่องกรองไฟ Clef Puresine 1000 หรือ Magnet IRG-600 Rev.E ร่วมในระบบด้วยถ้าหากว่าเป็นไปได้เพราะจะช่วยยกระดับให้คุณภาพเสียงดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยป้องกันรักษาเครื่องจากความผิดพลาดของระบบไฟ
-สายสัญญาณ ออดิโอแนะนำ Audioquest รุ่น Columbia (1.0M) ราคาคู่ละ? 16,900 บาท โดยที่สายรุ่นนี้จะให้เบสที่กระชับ ทำให้ภาพรวมของเสียงดูมีความกลมกลืนกันมากยิ่งขึ้น สายลำโพงที่ใช้คู่กันแนะนำเป็นรุ่น Rocket-88 (SBW)
แต่ถ้าหากว่าต้องการ เสียงกลางที่โดดเด่นและรายละเอียดที่เปิดกว้างขึ้นกว่าเดิมแนะนำให้เปลี่ยน สายสัญญาณเป็น In-Akustik รุ่น NF-1302 ราคา 13,900 บาท และสายลำโพงเป็นรุ่น ?LS-1302 ราคา 29,900 บาท
-สายไฟแนะนำว่าควรจะ เปลี่ยน แนะนำให้ใช้ Audioquest NRG-2 ทั้งแอมป์และเครื่องเล่นซีดีหรือจะให้ความลงตัวขึ้นแนะนำว่าให้เปลี่ยนเป็น สายของแอมป์เป็น Audioquest NRG-3 ?เข้าหัว Furutech FI-25G + FI-25MG จะได้ความนุ่มนวลและน่าฟังขึ้นอีกมากทีเดียว
-ขาตั้งลำโพงแนะนำ รุ่น Ballet-II จะให้ดุลเสียงความสงัดและรายละเอียดที่ดี แต่ว่าถ้าเป็นไปได้นำให้เล่นเป็น Lovan Sovereign A-6 ขาตั้ง 6 เสาคุณภาพสูง
-CD Player ถ้าหากว่าเป็น TL-51XR จะให้เสียงที่สะอาดและความชัดเจนของชิ้นดนตรีที่ดี? แต่ถ้าหากว่าคุณชอบเสียงที่มีความฉ่ำและเนื้อหนังของเสียงที่มากกว่านั้น ให้ลองฟังเทียบกับ Cambridge Audio 840C ดูครับ น่าจะได้ทางออกที่เหมาะสมกับคุณ
งบประมาณอาจจะเกินไปสักหน่อย แต่ว่าถ้าสมารถเล่นได้นั้น สวรรค์ในการฟังเพลงก็อยู่แค่เอื้อมแล้วล่ะครับ !!!

ชุดที่ 3
Moon i-.5
Moon CD-.5
Proac Studio-110

สังเกต ได้ว่า ชุดที่ 2 กับ ชุดที่ 3 นั้น ยืนพื้นที่ลำโพงคู่เดียวกันคือ Proac Studio-110 ?แต่ที่แตกต่างกันก็คือ Integrated Amp & CD Player ที่เปลี่ยนมาเป็น Moon ทั้ง 2 อย่าง หลายๆท่านที่ติดตามเครื่องเสียงยี่ห้อนี้มาหรือว่าอยู่ในวงการมาสักพักหนึ่ง นั้น จะทราบกันดีครับว่า ถ้าหากว่าจัดเรียงเครื่องเสียงระดับ Mid-End ไปจนถึง Hi-End นั้น ชื่อของ Moon จะต้องไม่ตกสำรวจอย่างแน่นอนครับ โดย Moon นั้นเป็นเครื่องเสียงสัญชาติแคนาดา ( แหล่งเดียวกับระดับเทพอย่าง Bryston และ ลำโพง Paradigm ) เลยไม่รู้ว่าทำไมแคนาดาถึงได้มีเครื่องเสียงชั้นนำมากมาย หรือว่า ประชากรในแคนาดาชอบฟังดูหนังละฟังเพลงเป็นชีวิตจิตใจ ซึ่งก่อนหน้ารุ่น i-1 นี้ โด่งดังมากๆเห็นจะไม่พ้น Moon I-3 , I-5 และ Equinox CD แต่ระยะหลังๆก็เงียบซาลงไปบ้าง จนกระทั่งมาเปลี่ยนผู้นำเข้าใหม่ และมีไลน์สินค้าใหม่เข้ามาอย่างมากมาย รวมกันแล้วผมว่าทั้งหมดทุกรุ่นน่าจะมีถึง 10 รุ่นเห็นจะได้ครับ

Moon Series นี้นั้นบุคลิกจะมีความเป็นเอกลักษณ์อย่างชัดเจน กล่าวคือ ฟังได้ตั้งแต่เริ่มแกะกล่อง และเสียงจะค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ ตามระยะเวลาของการเบิร์นอิน จุดเด่นอยู่ที่พละกำลัง ถึงแม้ว่าในสเปกนั้นจะบอกมาว่าอยู่ที่ 40 วัตต์/แชนแนล แต่ว่าสามารถขับ Proac Studio-110 ออกมาได้สบายๆเลยล่ะครับ โดยที่จุดเด่นจะอยู่ความกลมกล่อม ฟังแล้วเนียนหู แม้ว่าคุณจะฟังในสไตล์ Bossanova ไล่ไปจนถึง Pop และ Rock ชุดนี้ก็ถ่ายทอดออกมาได้ทุกรายละเอียดไม่ตกหล่น แต่จุดเด่นหลักๆ จริงๆอีกประการหนึ่งก็คือ เรื่องของปลายหางเยงที่มีความกังวานและสามารถถ่ายทอดรายละเอียดที่รายรอบตัว โน้ตออกมาได้เป็นอย่างดี ทำให้หากคุณได้ลองเปิดฟังแล้ว? ฟังจนจบแผ่นแล้วจะรู้สึกได้เลยว่า ทำไม่มันถึงกลมกลืนกับกาลเวลาที่ผ่านไปได้เป็นอย่างดีทีเดียว

Recommend เพิ่มเติม

- ควรใช้เครื่องกรองไฟ Clef Puresine 1000 หรือ Magnet IRG-600 Rev.E ร่วมในระบบด้วยถ้าหากว่าเป็นไปได้เพราะจะช่วยยกระดับให้คุณภาพเสียงดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยป้องกันรักษาเครื่องจากความผิดพลาดของระบบไฟ
- สายสัญญาณ ออดิโอแนะนำ In-Akustik NF-1302 ราคาคู่ละ? 13,900 บาท ยืนพื้นกับสายลำโพงรุ่น? LS-1302 ราคา 29,900 บาทจะได้ดุลเสียงที่สะอาดและฟังสบาย ไม่รู้สึกว่ามีอะไรที่โดดเด่นเกินหน้าเกินตากัน เป็นส่วนผสมที่ค่อนข้างลงตัว แต่ถ้าหากว่า ชอบฟังเพลงเร็วๆ ค่อนไปทาง Pop Rock หรือ Hiphop มากสักหน่อยนั้น นำให้เปลี่ยนทั้งสายสัญญาณและสายลำโพง โดยสายสัญญาณนั้น เปลี่ยนเป็น Audioquest Columbia และสายลำโพงเป็นรุ่น? Rocket-88 (SBW) เสียงจะเปิดกว้างและให้ความชัด คม ที่มากขึ้นกว่าเดิม
- สายไฟจะเลือกใช้รุ่นไหนตามใจชอบได้เลยครับ แต่ว่าเรื่องของหัวปลั๊กนั้น ผมแนะนำว่า ให้ใช้เป็นรุ่นที่เป็น Gold หรือไม่ก็ Copper จะให้ดุลเสียงที่ดีกว่าครับ ส่วนถ้าใครที่เปลี่ยนสายเป็นขาร็อคแล้ว หัว Rhodium ก็ไม่ขัดข้องครับ ถ้าหากว่าจะเปลี่ยน
- ขาตั้งลำโพงแนะนำ รุ่น Ballet-II จะให้ดุลเสียงความสงัดและรายละเอียดที่ดี แต่ว่าถ้าเป็นไปได้นำให้เล่นเป็น Lovan Sovereign A-6 ขาตั้ง 6 เสาคุณภาพสูง เสียงนิ่งและดีขึ้นอีกจมหูเลยครับ
- หากคิดว่า ทั้งแอมป์และซีดีเล็กไปนั้น ให้เขยิบขึ้นไปเล่นเป็นรุ่น I-1 และ CD-1 ครับ จะได้น้ำหนักเสียงและรายละเอียดที่มากขึ้น เมื่อเขยิบขึ้นมาแล้วท่านไม่ชอบลำโพงวางขาตั้ง ก็ยังสามารถเพิ่มเติมขึ้นไปเล่นเป็น Proac Studio-130 ได้อีกด้วยครับ เรื่องของเบสและความถี่ต่ำก็จะเป็นอีกระดับหนึ่งครับ (ได้มีโอกาสไปฟังที่ห้องฟัง ปิยะนัส สาขาเซียร์รังสิต มาแล้วครับ เสียงสอบผ่านฉลุยครับ)
เริ่มต้นกันเพียงเท่านี้ก่อนนะครับสำหรับคอลัมน์? 2 Channel Guideline สำหรับในชุดที่สูงกว่านี้นั้นผมอาจจะแยกเป็นคอลัมน์ใหม่ให้ทุกท่านได้ติดตาม อ่านกัน ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการเล่นเครื่องเสียงนะครับ (?o?,)

piyanas electric
The Official Showroom Online